เพชรแท้ ราคาถูก อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาจากอะไร

เพชร คือ เครื่องประดับที่มีค่าราคาสูง หลายคนปรารถนาที่จะครอบครอง โดยเพชรเป็นอัญมณีในรูปแบบหนึ่งของคาร์บอนและขึ้นชื่อว่ามีความแข็งมากที่สุด เพชรมีด้วยกันหลายสีสัน แต่สีสันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือสีขาวบริสุทธิ์นั่นเอง ในขณะเดียวกัน เพชรที่มีหลายสีสันหรือเรียกว่า “Fancy Color Diamonds” ซึ่งเป็นเพชรที่หายาก จึงทำให้มีราคาสูง การเลือกซื้อเพชรจะพิจารณาจาก ร้านจำหน่ายเพชรที่โฆษณาว่า เพชรแท้ ราคาถูกอย่างเดียวอาจไม่พอ โดยจะต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยดังนี้

ปัจจัยการเลือก เพชรแท้ ราคาถูก จากร้านขายเพชร

1.พิจารณาจากแหล่งซื้อเพชรที่มีความน่าเชื่อถือ

ไม่ว่าจะซื้อของหรือซื้อสินค้าใดๆ ก็ตาม เชื่อว่าปัจจัยแรกที่ผู้ซื้อจะต้องให้ความสำคัญ ก็คือ เรื่องของราคา และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้ขายต่างพากันออกมาแย่งชิงลูกค้าด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีราคาถูก โดยเป็นเหมือนคำเชิญชวนหรือคำโฆษณา บางครั้งของราคาถูกๆ ก็อาจไม่ได้ดีเสมอไป โดยเฉพาะสิ่งของที่มีราคาสูง อย่างเช่น เพชร ซึ่งผู้ซื้อจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนซื้อ ควรมองหาร้านจำหน่ายเพชรที่มีใบเซอร์รับรอง จากสถาบันชั้นนำเท่านั้น และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเพชรที่ได้มานั้นสวยงามและมีมาตรฐานอย่างแท้จริง และเพื่อป้องกันการถูกหลอก จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรี นอกจากนั้นยังควรเลือกร้านขายเพชรที่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชร มีการรับประกันสินค้าและมีการบริการหลังการขายที่ดีด้วย

2.เลือกเพชรที่ชอบที่สุด

แม้ว่าเพชรเม็ดนั้นจะมีราคาถูก แต่หากไม่ใช่เพชรที่คุณชื่นชอบ อาจทำให้คุณมองไม่เห็นคุณค่าของมัน ทางที่ดี ควรศึกษาว่าเพชรที่คุณชื่นชอบนั้นมีราคาประมาณเท่าไหร่ จากนั้นก็ทำการเก็บหอมรอมริบ เพื่อให้ได้จำนวนเงินเท่ากับราคาเพชรที่คุณต้องการ เคล็ดลับในการเลือกซื้อเพชรสีขาว ที่มีความสะอาด แนะนำให้เลือกเพชรเกรดที่สวยที่สุดคือ 3 Excellent เท่านั้น

3.ตรวจสอบความเรียบร้อยของเพชร

เมื่อซื้อเพชรมาพร้อมกับใบเซอร์เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ ควรทำการตรวจสอบเลขใบเซอร์บนขอบเพชรว่าตรงกับใบเซอร์นั้นหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเพชรนั้นถูกต้องและเป็นของแท้แน่นอน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

เพชร เป็นเครื่องประดับที่มีราคาสูง ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อ ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง และเพื่อให้ได้ เพชรแท้ ราคาถูก ที่มีคุณภาพดี ของจริง 100 %  ไม่ใช่เพชรย้อมแมว ก่อนซื้อควรพิจารณาตามคำแนะนำข้างต้น หรือจะลองเปรียบเทียบแหล่งจำหน่ายขายเพชรที่มีความน่าเชื่อถือด้วยกันหลายๆ แห่ง เพื่อตรวจสอบดูว่าแหล่งไหนมีราคาที่ถูกกว่ากัน เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ ช่วยทำให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

สายหวานต้องลอง 5 The Banana Warrior Menu ตัวเลือกดี ๆ เพื่อสายสุขภาพโดยเฉพาะ

ต้องยอมรับว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงจริง ๆ โดยเฉพาะเทรนด์อาหารสุขภาพที่สังเกตได้ว่าหลายแบรนด์ได้หันมาทำอาหารออร์แกนิค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพ ไม่เว้นแม้แต่เมนูของหวาน ซึ่งแม้จะเป็นเมนูทานเล่นแต่กลับแทรกด้วยประโยชน์ดี ๆ และสำหรับใครที่รู้ตัวว่าเป็นสายหวาน ชื่นชอบการรับประทานขนมปังและเค้กเป็นชีวิตจิตใจ ห้ามพลาดชิมความอร่อยจาก The Banana Warrior ร้านขนมเพื่อสายสุขภาพที่เกิดจากความรักและแรงบันดาลใจที่ต้องการนำเสนอขนมอร่อย ทานแล้วสุขภาพดี ที่สำคัญยังใช้กล้วยเป็นส่วนผสมหลักของหลายเมนู และวันนี้เราขอบอกต่อ 5 The Banana Warrior Menu ที่รับรองว่าเมื่อได้ทานต้องไม่ผิดหวัง

1. Bunny Bread

เค้กแครอทโฮมเมดที่ทางร้านเลือกใช้แครอทสดใหม่จากสถานที่ปลูกแบบออร์แกนิค ไม่ลืมใส่กล้วยเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มความหอมและรสชาติกลมกล่อม รวมถึงวอลนัท ที่สำคัญเป็นเมนูปราศจากน้ำตาล เรียกได้ว่าทั้งดีต่อสุขภาพและดีต่อใจจริง ๆ

2. Triple X It

มากันที่เมนูขนมเอาใจคนรักโกโก้กันบ้าง โดยแค่เห็นหน้าตาก็คาดเดาได้เลยว่าต้องเข้มข้นสุด ๆ โดยทางร้านเลือกใช้โกโก้ที่ดีที่สุดในการออกแบบเมนูนี้ ความพิเศษคือการจัดเต็มโกโก้เพื่อความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้ทุกครั้งที่รับประทานนอกจากจะไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพแล้ว ยังได้ลิ้มรสอร่อยจากโกโก้แท้ ๆ แบบเต็มคำอีกด้วย

3. Queen Caramel

แค่ชื่อเมนูก็พอคาดเดาได้แล้วว่าต้องเป็นอีกหนึ่งเมนูดี ๆ ที่ต้องจัดเต็มความพิเศษเอาไว้ โดยเมนูนี้อัดแน่นด้วยส่วนผสมจากกล้วย คาราเมล และดาร์กช็อกโกแลต รสชาติหวานน้อยแต่แสนกลมกล่อม เชื่อว่าต้องถูกใจคนชอบอาหารออร์แกนิค อย่างแน่นอน

4. Cry Me a Raspberry

อีกหนึ่ง The Banana Warrior Menu ขายดีประจำร้าน เพราะรสชาติอร่อยจนหลายคนติดใจสั่งซ้ำ นั่นคือเมนูเก๋ ๆ อย่าง Cry Me a Raspberry ซึ่งเป็นเมนูวีแกนที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เฟ้นหาเฉพาะวัตถุดิบสดใหม่ปลอดสารพิษ ไม่ว่าจะเป็น กล้วย โกโก้ มิกซ์เบอร์รี น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค เพื่อการออกแบบเมนูรสชาติแสนลงตัว

5. Squeeze My Lemon

มากันที่เมนูคุ้กกี้กันบ้าง บอกเลยว่ารสชาติดีไม่แพ้เมนูอื่น ๆ จุดเด่นคือการเลือกเลมอนมาเป็นส่วนผสมทำให้ได้รสชาติไม่หวานมาก มีกลิ่นหอม และเพิ่มความกลมกล่อมด้วยส่วนผสมจากอัลมอนด์ทำให้ได้รสชาติแปลกใหม่อันมีเอกลักษณ์ในแบบ The Banana Warrior

แต่ละเมนูต้องบอกเลยว่าคนที่รักขนมอร่อย ๆ แต่ก็ยังใส่ใจสุขภาพไม่ควรพลาดสั่งขนมจากร้านนี้ โดยนอกจากความอร่อยที่มาพร้อมสุขภาพดีแล้ว The Banana Warrior Menu ยังคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี เน้นส่วนผสมออร์แกนิค และออกแบบทุกเมนูอย่างตั้งใจ เพื่อให้สายหวานที่รักสุขภาพได้อิ่มอร่อยและฟินกับรสชาติขนมที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

ประโยชน์ที่คุณจะได้รับเมื่อเปลี่ยนมาใช้ หลอดไฟ led t8

                หลอดไฟ led t8 มีข้อดีเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟชนิดนี้กันให้มากขึ้น ใครที่ยังลังเลอยู่ขอบอกเลยว่านี่เป็นหลอดไฟที่ใช้งานง่าย ติดตั้งก็ง่าย ประหยัดพลังงาน ดีต่อสุขภาพแล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดีงามขนาดนี้จะรออะไร ไปซื้อมาใช้กันดีกว่าค่ะ

หลอดไฟ led t8

นอกจากเรื่องความประหยัดแล้ว หลอด led นั้นยังมีข้อดีอยู่อีกมากมาย โดยจะขอพูดถึงหลอด led T8 หรือแบบท่อตรง ที่นิยมใช้กันอย่างมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ องค์กรบริษัท ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้แต่ที่พักอาศัย ต่างก็เปลี่ยนมาใช้กันมากขึ้น แต่หลายๆท่านอาจกำลังสงสัยว่า led T8 คืออะไร ซึ่ง T นั้นย่อมาจาก Tube หมายถึงหลอดไฟที่มีลักษณะของหลอดที่ผอมแบบเดียวกับท่อ ส่วนเลข 8 เป็นขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางหลอดไฟ มีหน่วยเป็นหุน T8 = 8 หุน หรือ 1 นิ้ว โดยมีขั้วหลอดเป็นแบบเขี้ยวชนิด G13 ซึ่งหลอด led t8 ได้ถูกนำมาใช้งานแทนหลอดฟลูอเรสเซนต์ t8 นั่นเอง เรามาดูกันว่า หลอด led t8 มีข้อดีอะไรอีกบ้าง?

ตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันหลอดไฟมีการพัฒนาไปอย่างมากมาย แต่ก่อนเราอาจจะเคยได้เห็นโฆษณาที่สนับสนุนให้ไปใช้หลอดตะเกียบเบอร์ 5 เพราะว่าประหยัดพลังงาน แต่ตอนนี้มีหลอดไฟชนิดที่ประหยัดไฟได้มากกว่ามาใช้ทดแทนแล้ว ซึ่งก็คือหลอดไฟ led นั่นเอง แต่หลอด led ก็ยังมีแยกย่อยไปอีกหลายชนิดด้วยกันดังนั้นวันนี้จะขอพูดถึงแค่หลอด led t8 ซึ่งเป็นหลอดที่นิยมนำมาใช้ทดแทนหลอดผอมฟลูออเรสเซนต์ตามบ้านเรือนกัน

ข้อดีของหลอดไฟ led t8

  1. ประหยัดไฟ หลอดไฟ led t8 ใช้แล้วช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า 50% ข้อดีคือจะช่วยลดการจ่ายค่าไฟลงด้วย ปัจจุบันนี้จึงมีร้านค้า ห้างสรรพสินค้าต่างๆเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟชนิดนี้กันเยอะมาก แม้กระทั่งบ้านเรือนทั่วไปก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้แทนหลอดผอมแบบเก่าแล้วเช่นเดียวกัน เป็นการตอกย้ำถึงความประหยัดไฟของหลอดประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี
  2. ปราศจากสารอันตราย หลอด led ต่างจากหลอดไฟแบบเดิมๆเพราะไม่มีสารปรอทหรือโลหะหนักอื่นๆเป็นส่วนผสม ไม่มีสารเรืองแบบหลอดฟลูออเรสเซนต์ ดังนั้นจึงไม่มีการแผ่รังสียูวีด้วย จึงปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
  3. ไม่ทำลายพื้นผิว โดยทั่วไปแล้วหลอดฟลูออเรสเซนต์จะแผ่รังสียูวีออกมาด้วย ซึ่งรังสีชนิดนี้จะทำลายพื้นผิวได้หลายชนิด หากเป็นวัตถุต่างๆสีก็จะซีดจางลง ผิวพรรณก็จะหมองคล้ำเหี่ยวย่นได้ง่าย ดวงตาเมื่อยล้า แต่หลอดไฟ led t8 ไม่มีรังสีชนิดนี้ เพราะฉะนั้นจึงหมดกังวลเรื่องนี้ได้เลย
  4. เปิดติดเร็ว เพราไม่ต้องใช้ความร้อนในการกำเนิดแสง จึงเปิดแล้วติดเลย ต่างจากหลอดไฟธรรมดาที่ต้องกระพริบ 2-3 ครั้งกว่าไฟจะติด
  5. ช่วยลดอุณหภูมิห้อง หลอดไฟชนิดอื่นๆก่อให้เกิดความร้อนสูง โดยเฉพาะหลอดที่ต้องใช้การเผาไหม้เพื่อจุดไส้หลอด แต่หลอด led ก่อให้เกิดความร้อนต่ำมาก ห้องจึงร้อนน้อยลงและไม่ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักอีกด้วย
  6. มีอายุการใช้งานยาวนาน หลอดไฟส่วนใหญ่ที่มีอายุการใช้งานสั้นก็เพราะว่าเกิดความร้อนสูงในขณะใช้งาน ทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว แต่หลอด led t8 นั้นมีความร้อนน้อยมาก จึงช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดาหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
  7. ประหยัดเงิน ถึงแม้ว่าหลอดไฟ led t8 จะราคาแพงกว่าหลอดไฟธรรมดาอยู่พอสมควร แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานนานกว่า แถมไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอย่างบัลลาสต์กับสตาร์ทเตอร์ จึงลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไปได้และคุ้มค่ามากกว่าในระยะยาวด้วย

จากข้อดีต่างๆมากมายข้างต้น เชื่อว่าหลายๆท่านเริ่มสนใจอยากเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ led 8 กันบ้าง ซึ่งหากเราเลือกหลอดไฟได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งาน ก็จะช่วยลดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมาก งั้นเรามาดูกันว่าในการเลือกใช้หลอด led t8 นั้นจะมีหลักการพิจารณาอย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะสมแก่การใช้งานมากที่สุด

ไขข้อข้องใจ บริษัท Recruitment คืออะไรกัน?

วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้หลาย ๆ คน ที่กำลังสงสัยว่า บริษัท Recruitment หรือ Recruitment Agency นั้นคืออะไร มีหน้าที่อย่างไร แล้วมีด้วยกันกี่ประเภท เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่กำลังมองหาวิธีการสมัครงานผ่านตัวแทน หรือ กำลังมองหา Agency ใช้งานอยู่ เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลา เรามาเริ่มกันที่ความหมายของ Recruitment Agency กันเลย

บริษัท Recruitment

บริษัท Recruitment Agency คืออะไร?   

Recruitment Agency หรือ บริษัทหางาน เป็นบริษัทที่เป็นตัวกลางระหว่าง ผู้สมัครงานที่กำลังหางาน และบริษัทที่กำลังหาพนักงานเข้ามาทำงานในส่วนต่าง ๆ

ขั้นตอนการทำงานของบริษัท Recruitment Agency

  1. ผู้ที่ต้องการหางาน ทำการฝากประวัติกับ Recruitment Agency
  2. ผู้ที่ต้องการหางาน ทำการทดสอบจากแบบทดสอบของบริษัท อาจจะเป็นในรูปแบบการสัมภาษณ์ หรือ สอบข้อเขียน หรือ ทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับบริษัท Recruitment นั้น ๆ เพื่อเป็นการทดสอบความสามารถในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา ด้านการคดวิเคราะห์ แนวคิด ทัศนคติ และ อื่น ๆ
  3. ทางบริษัท Recruitment จะทำการแนะนำบริษัทที่เหมาะสมกับระดับความสามารถของเรา และ ขอคำยินยอมก่อนส่งประวัติเราไปให้บริษัทนั้น ๆ 
  4. หากได้รับการตอบรับ ทางบริษัทต้นทางอาจจะมีการนัดสัมภาษณ์เราอีกครั้งก่อนยืนยัน
  5. เมื่อยืนยันแล้ว ทางบริษัท  Recruitment จะทำการประสานานกับฝ่าย HR ของบริษัทนั้น ๆ ในเรื่องของเงินเดือน สวัสดิการ และ อื่น ๆ ให้กับเรา

ประเภทของบริษัท Recruitment Agency

1.บริษัทจัดหางานระดับ Management 

เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการคัดสรรบุคลากรเฉพาะระดับผู้บริหาร หรือ Leader ให้กับบริษัทต่าง ๆ เท่านั้น

2. บริษัทจัดหางานระดับทั่วไป 

เป็นบริษัทจัดหางานระดับเจ้าหน้าที่ปริญญาตรีขึ้นไป หาให้เฉพาะบริษัทเท่านั้น ซึ่งบางที่ หาให้ทั้งกับ บริษัทญี่ปุ่น ยุโรป ไทย ฯลฯ มีตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ ล่าม ไปจนถึงระดับผู้บริหาร

3.บริษัทจัดหางานระดับ Operation 

เป็นบริษัทจัดหางานสำหรับแรงงานที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับ มัธยมศึกษา ไปจนถึง ระดับ ปวช./ ปวส. ส่วนใหญ่จะเป็นการรับสมัครในระดับโรงงาน ฯลฯ คือรับสมัครในตำแหน่งเดียวครั้งละมาก ๆ หรือมุ่งเน้นหาตำแหน่งในเชิงสนับสนุนเช่น แม่บ้าน คนขับรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น

          เพียงเท่านี้ เพื่อน ๆ ก็คงพอจะเห็นภาพชัดเจน และ เข้าใจในงานของ บริษัท Recruitment Agency กันมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ หากใครที่กำลังมองหางานอยู่ การใช้บริการของ Recruitment Agency ก็เป็นีกช่องทางหนึ่งที่ดี และ สามารถช่วยให้คุณได้งานที่ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถต่อรอง และ ประสานงานกับทางบริษัทต้นทางได้ดียิ่งขึ้น ผ่านการทำงานของ Recruitment Agency นั่นเอง เพราะฉะนั้นหากใครยังเป็นมือใหม่ในการหางาน หรือ เป็นพนักงานบริษัทที่ไม่มีเวลาหางานเอง Recruitment Agency ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี และ คุ้มค่าแน่นอนค่ะ

หาพนักงาน จากบริษัท Recruitment Agency เพิ่มเติม https://www.reeracoen.co.th/th/services/permanent_recruitment

อาหารปลาคาร์ฟ เร่งสี เร่งโต กับสารอาหารที่จำเป็นต้องมีบนฉลากบรรจุภัณฑ์

สัตว์เลี้ยงจากแดนอาทิตย์อุทัยอย่างเช่น “ปลาคาร์ฟ” กลายเป็นปลาสวยงามที่คนไทยนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ด้วยความที่มีสีสันสวยงาม โตไว และเลี้ยงง่าย แต่ก็ยังมีข้อควรคำนึงเกี่ยวกับการให้ อาหารปลาคาร์ฟ เร่งโต ด้วยเช่นกัน เพราะปลาคาร์ฟเป็นปลาที่มีความแตกต่างจากปลาประเภทอื่นตรงที่ไม่มีกระเพาะอาหารจริง ดังนั้นอัตราการย่อยอาหารจึงขึ้นอยู่กับระบบการย่อย อายุของปลา และอุณหภูมิของน้ำ โภชนาการของปลาคาร์ฟจึงต้องการสารอาหารต่อไปนี้

อาหารปลาคาร์ฟ เร่งโต สำหรับปลาคาร์ฟ

5 สารอาหารที่ต้องมีใน อาหารปลาคาร์ฟ

1. โปรตีน

                เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารปลาคาร์ฟที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต หรือที่เรียกกันว่า “เร่งสี เร่งโต” โดยเฉพาะปลาคาร์ฟตัวเล็กจะต้องการโปรตีนมากเป็นพิเศษถึง 37 – 42% ส่วนปลาคาร์ฟที่โตเต็มที่แล้วจะต้องการแค่เพียง 28 – 32% เท่านั้น ดังนั้นควรหมั่นสังเกตว่าปลาคาร์ฟที่เลี้ยงอยู่ในภาวะขาดแคลนกรดอะมิโนหรือโปรตีนหรือไม่ เพราะจะส่งผลให้น้ำหนักลดลงได้ แต่ก็ควรระวังเพราะโปรตีนเป็นสารอาหารที่ค่อนข้างย่อยยากกว่าสารอาหารชนิดอื่น ๆ

2. คาร์โบไฮเดรต

                แหล่งอาหารสำคัญที่จะให้พลังงานแก่ปลาคาร์ฟ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบประเภทข้าวสาลี ข้าวสาร ข้าวโพด และข้าวบาร์เลย์ ทั้งนี้มีผลการศึกษาพบว่าปลาคาร์ฟในปัจจุบันไม่สามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารปลาคาร์ฟที่มีธัญพืชเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งขนมปังหรืออาหารสุนัขด้วยเช่นกัน

3. ไขมัน

                การเลี้ยงปลาคาร์ฟให้มีสุขภาพแข็งแรงนั้น ไขมันก็เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสารอาหารชนิดอื่นเลย แต่ไขมันจะแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ไขมันชนิดอิ่มตัวและไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งแบบหลังจะเป็นชนิดที่ปลาคาร์ฟชอบมากกว่า โดยอาหารปลาคาร์ฟที่มีปริมาณไขมัน 5 – 8% จะเหมาะสมที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำหนักเกินและการสะสมไขมันมากเกินไป ทั้งนี้หากปลาคาร์ฟได้รับไขมันไม่เพียงพอ อาจก่อให้เกิดปัญหาหัวใจหรือการสึกกร่อนของครีบปลาได้

4. วิตามิน

                การที่ปลาคาร์ฟอยู่ในภาวะขาดวิตามินหรือได้รับวิตามินไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ปลาคาร์ฟเจริญเติบโตช้า ไม่ค่อยอยากอาหาร ตาโปน ตลอดจนกระดูกที่มีลักษณะผิดปกติ ดังนั้นอาหารปลาคาร์ฟที่ดีจึงควรอุดมไปด้วยวิตามินทั้งชนิดที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบีกับวิตามินซี และวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค แล้วอาจจะเสริมด้วยวิตามินที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยก็ได้ เช่น อาหารปลาคาร์พ Saiteki extreme growth ก็เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ปลาคาร์ฟโตไว

5. แร่ธาตุ

                เป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญอาหารและสร้างเนื้อเยื่อ ซึ่งจำเป็นต่อสุขภาพของปลาคาร์ฟอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแร่ธาตุแคลเซียมกับฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อกระบวนการสร้างกระดูก การเจริญเติบโต และความอยากอาหาร เพราะฉะนั้นเมื่อซื้ออาหารปลาคาร์ฟให้สังเกตฉลากบรรจุภัณฑ์ว่ามีสารอาหารเหล่านี้มากน้อยเพียงใด

                ช่วงเวลาให้อาหารปลาคาร์ฟหรือที่เรียกว่า Mealtime Bonus จะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตลักษณะต่าง ๆ ของปลาคาร์ฟว่ากินอาหารดีหรือไม่ เคลื่อนไหวดีหรือไม่ แต่ละตัวมีอาการของโรคอย่างไร เพื่อที่จะได้หาวิธีดูแลรักษาหรือป้องกันในลำดับต่อไป

Koi food info by : https://www.perfectcompanion.com/archives/11301?lang=th