จริงหรือนี่ ประกันภัยรถยนต์ มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุได้

แม้ว่าสถานการณ์การณ์โควิด จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องอยู่บ้านมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรมนุษย์เราก็ยังจำเป็นที่จะต้องเดินทางสัญจร จึงต้องมีการใช้รถอยู่เป็นประจำ ซึ่งเมื่อมีการเดินทาง มีการใช้รถ ก็ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และหนึ่งสิ่งที่คนมีรถจะต้องทำเพื่อสร้างความสบายใจให้กับการใช้รถเดินทางก็คือ การทำประกันภัย รถยนต์เอาไว้จะได้คลายกังวลลงไปได้บ้าง

แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็คือ ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้มีส่วนดีแค่ดูแลชดเชยเรื่องค่าเสียหายหลังจากเกิดอุบัติเหตุไปแล้วเท่านั้น แต่ประกันรถยังมีส่วนช่วยในเรื่องการป้องกันหรือลดการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย เรื่องนี้เป็นจริงแค่ไหนมาพบคำตอบกันเลย

ทำความเข้าใจเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ

ก่อนที่จะไปดูว่าประกันรถนั้นมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างไร ก็ลองมาทำความเข้าใจเรื่องสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุกันก่อน จะได้ทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนได้ตระหนักก่อนว่า พฤติกรรมอะไรที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกันบ้าง

1.พฤติกรรมส่วนบุคคลในการขับรถ

  • ขับรถเร็ว นี่คือสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ
  • เมาสุรา เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการอุบัติเหตุบนท้องถนนในบ้านเรา แม้ว่าเราจะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาแต่อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากพฤติกรรมเรื่องนี้ก็ยังคงมีต่อเนื่อง
  • ขับตามใจ การขับตัดหน้า ขับจี้ชิดคันอื่น ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกัน
  • การใช้มือถือขณะขับรถ

2.ไม่เช็กสภาพความพร้อมรถ

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก บางครั้งรถไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมขับแต่ผู้ขับขี่ก็ฝืน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ

3.ไม่ชินหรือปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมไม่ได้

บางคนเป็นมือใหม่ ยังขับรถไม่เก่ง บางคนเจอสภาพแวดล้อมไม่ดี อย่างถนนลื่นเพราะเปียกฝน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น

ประกันภัยรถยนต์ ช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างไร

ถึงตรงนี้หลายคงสงสัยว่าแล้ว ประกันรถช่วยลดอุบัติเหตุได้ยังไงบ้าง เหตุผลที่ประกันรถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ก็คือ

ลดความกังวล

การทำประกันภัยรถยนต์ไว้ มีส่วนช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเครียด ความกังวลในการขับขี่ลงได้ โดยเฉพาะผู้ขับขี่มือใหม่ที่มักจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ขับรถ เมื่อขับขี่ได้แบบไม่มีกังวลจึงสามารถควบคุมรถได้ดี จึงทำให้ไม่มีอุบัติเหตุ

ไม่อยากเคลมประกัน

ประกันรถเป็นสิ่งที่คนตัดสินใจซื้อไว้แต่มักจะไม่ต้องการใช้ เป็นสิ่งที่คนทำไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น คือ มักจะเน้นไปในเชิงที่ว่า มีเผื่อไว้กรณีคันอื่นมาชนเรา คนส่วนใหญ่จะคิดในแง่นั้น ในความเป็นจริงแล้วมีหลายครั้งที่เราอาจพลาดและเผลอไปในการขับรถ ทำให้เราเองเป็นฝ่ายผิด

หากเราเป็นฝ่ายผิดและต้องมีการขอเคลมประกัน จะส่งผลต่อประวัติการขับขี่ของเราด้วย และนั่นทำให้เราจะต้องมีการจ่ายเบี้ยแพงขึ้น หรือบางทีเคลมประกันบ่อย ๆ เวลาจะต่อประกันก็ทำได้ยากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนพยายามตั้งสติให้มากขึ้นเวลาขับรถ พยายามทำใจให้เย็นลงทุกครั้ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีเหตุให้เคลมประกัน จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงด้วย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คงจะพอยืนยันได้แล้วว่าประกันรถยนต์นั้นก็มีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้จริง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรจะเลือกทำไว้ และถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะเลือกทำประกันกับที่ไหนดี แนะนำลองดูประกันภัยรถยนต์จากเว็บไซต์ EasyCompare ดูก็ได้ เปรียบเทียบประกันได้ฟรีและซื้อได้ทันทีแบบสะดวกสุด ๆ เลย

ประกันรถยนต์2+ หรือประกันรถยนต์3+ ดี

หลายคนที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ดีๆ สักแผนหนึ่ง อาจกำลังลังเลในการเลือกประกันรถยนต์2+และประกันรถยนต์3+ เพราะในแผนประกันรถยนต์แบบพลัสนี้ต่างก็ให้ความคุ้มครองที่ดี ครอบคลุมความต้องการในราคาค่าเบี้ยประกันที่พอเหมาะ เป็นแผนประกันที่พลัสความต้องการในราคาย่อมเยาจนน่าดึงดูด ในบทความนี้เราจึงจะมาเปรียบเทียบความแตกต่างของทั้งสองแผนประกันที่ใกล้เคียงกัน 

ในส่วนของประกันรถยนต์2+ นั้นได้ชื่อว่าเป็นแผนประกันราคาคุ้มค่าที่มีความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมสูงที่สุด โดยแผนประกันรถยนต์2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองทั้งต่อผู้เอาประกันภัยและต่อคู่กรณีในอุบัติเหตุ อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองไปถึงกรณีที่รถยนต์เกิดความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติตั้วแต่ไฟไหม้หรือน้ำท่วมด้วย ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือหากรถยนต์เกิดการสูญหาย ประกันรถยนต์2+ ยังเข้ามาให้ความช่วยเหลือในกรณีนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งความคุ้มครองของประกันรถยนต์2+ นั้นต่างกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพียงแค่ว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ จะคุ้มครองเพียงกรณีรถชนรถเท่านั้น ไม่ครอบคลุมไปถึงกรณีอื่นๆ ที่ไม่มีคู่กรณีด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว ประกันรถยนต์2+ มีความครอบคลุมที่สูงกว่าประกันรถยนต์3+ ค่อนข้างมาก 

ประกันรถยนต์3+ มีจุดเด่นที่ค่าเบี้ยประกันราคาค่อนข้างถูก มักจะแตกต่างจากประกันรถยนต์ชั้น 3 ไม่มาก แต่เพิ่มความคุ้มครองคือครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อรถยนต์ของคู่กรณีและรถยนต์ของผู้เอาประกัน ซึ่งความแตกต่างของแผนประกันรถยนต์ชั้น 3+ กับแผนประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือการที่แผนประกันรถยนต์ชั้น 3+ ไม่คุ้มครองในกรณีภัยพิบัติหรือการสูญหายนั่นเอง โดยแผนประกันภัยชั้น 3+ จะคุ้มครองเพียงกรณีอุบัติเหตุรถชนรถเท่านั้น ไม่รวมไปถึงกรณีที่ไม่สามารถหาคู่กรณีได้และไม่รวมไปถึงความเสียหายจากการเฉี่ยวชนหรือรอยขีดข่วนจากสิ่งของต่างๆ 

ดังนั้น หากว่าความต้องการของคุณไม่ได้จำเป็นต้องมีการคุ้มครองที่กรณีของการสูญหายหรือภัยพิบัติธรรมชาติแล้ว การซื้อแผนประกันภัยชั้น 3+ ก็ถือว่าให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าราคาเบี้ยประกันราคาถูก แต่ถ้าหากว่ามีความต้องการในส่วนของภัยพิบัติแล้ว การเลือกประกันรถยนต์2+ ที่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้และมีความคุ้มครองอื่นๆ เกือบเทียบเท่าประกันภัยชั้น 1 ในราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม